Overlord Season 2 ตอนที่ 9
เซบาส ไคลมบ์ และ เบรน มุ่งหน้าไปทำลายรังพวกโจร เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ สเตฟาน ทำร้ายผู้หญิงจนอยู่ในสภาพดูไม่ได้ ทำให้เซบาสจัดการเขา
เซบาส ไคลมบ์ และ เบรน มุ่งหน้าไปทำลายรังพวกโจร เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ สเตฟาน ทำร้ายผู้หญิงจนอยู่ในสภาพดูไม่ได้ ทำให้เซบาสจัดการเขา
ซาตู้ต้านเวทของจอมเวทที่พบ เขาได้ทราบว่าอีกฝ่าย คือ เซ็น ที่เคยเห็นในการแสดงละคร (ตอนที่ 6) แต่ตอนนี้เขาเป็นอันเดด ซาตู้ สู้จนถูกขังไว้ในความมืด แต่หลุดออกมาได้ มีอาถูกจับไว้ และซาตู้ต้องทำตามเงื่อนไขของเซ็น
ไวโอเล็ตไปหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องของผู้พัน จนพบหลุมฝังศพของเขา ทำให้นึกถึงเรื่องในอดีต ในอดีต กิลเบิร์ต ได้รับตุ๊กตาที่ไม่มีชื่อ (ไวโอเล็ต) มาจากพี่ชายและพามาพักที่บ้าน เขาให้เธอร่วมในการศึกและปฏิบัติหน้าที่เกินคำสั่งในสนามรบ บุกเข้าหาศัตรูโดยไม่หวั่นเกรง
ไคลม์ ได้พูดคุยกับสมาชิกกลุ่มบลูโรส ในขณะที่ด้าน เซบาส เตียน ช่วยเด็กที่ถูกคนรุมทำร้าย และขู่พวกนั้นไป เบรน สังเกตเห็นเขาตอนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน จึงแอบตามไป
มีอา มองเห็นดวงวิญญาณรอบตัวของซาตู้ แต่คนทั่วไปมองไม่เห็นรวมถึงตัวซาตู้เอง ด้าน มีอา ต้องพักรักษาตัว และ ใช้ยาโพชั่นในการฟื้นตัว ซาตู้จึงให้เธอพักที่นั่น ระหว่างพัก พวกโปจิพยายามเรียนภาษาแต่มองทุกอย่างในการ์ดสอนเป็นเนื้อ
หลังกรณีจดหมายรักสาธารณะ (ตอนที่ 5) ทำให้งานของทางไปรษณีย์มากขึ้น ไวโอเล็ตเดินทางมาที่รอสเวล เขียนงานให้นักเขียนนิยาย ช่วยทำอาหารแม้จะไม่เคยทำ และไม่ให้เขาดื่มบูซเพื่อเริ่มงานเขียน
โมมอน นับเงินที่ต้องใช้กับลูกน้องในด้านต่างๆ (ฟื้นฟูหมู่บ้านลิซาร์ดแมน, คฤหาสน์พวกเซบาส ฯลฯ) แต่เงินยังไม่พอ ไคลมบ์หลังซ้อมกับกาเซฟ ได้คุยกับเจ้าชายลำดับสอง ที่เรียกเจ้าหญิงว่าสัตว์ประหลาด (จากความสามารถที่สูงกว่าบรรดารัชทายาท) และต่อว่าเธอ
ซาตู้ปรึกษากับเซน่าเรื่องหาที่พักให้พวกลิซ่า ที่พักร่วมกับคนทั่วไปไม่ได้ เธอจึงพาไปถาม นาดิ ที่พอแนะนำได้ แต่สถานที่ต่างๆ ยังไม่เหมาะสมนัก จึงรอดูสถานที่เพิ่มภายหลัง
ที่จัสติเทีย พวกตุ๊กตากว่า 80 ตนจากไปรษณีย์ต่างๆ ถูกเรียกมาช่วยงานกลุ่มร่วมกับพนักงานด้านเอกสารของหอดูดาว ที่มีเอกสารเก่าและต้องการพิมพ์สำเนาเก็บไว้ให้คนรุ่นหลัง
ที่เมืองรีเอสไทซ์ หลังจากซื้อของ ระหว่างกลับที่คฤหาสน์ เซบาส เตียน ได้พบทาสหญิงที่ถูกซ้อมปางตาย ยัดใส่ถุงทิ้งไว้ข้างถนน เธอจับขาเซบาสไว้ ถึงไม่สนใจตอนแรก แต่เมื่อเห็นเธอขอให้ช่วย
หลังได้ทาสหญิงสองคน ซาตู้เห็นว่า ลูลู่ และ อลิซ่า คล้ายญี่ปุ่น จึงทดสอบกระซิบข้างหูทั้งสอง จึงพอทราบว่า อลิซ่า รู้ภาษาญี่ปุ่น อีกทั้งเธอเลเวลค่อนข้างสูงกว่าที่จะเป็นทาส
ไวโอเล็ตมาทำงานให้เจ้าหญิง ชาร์ล็อต ในวัง (อายุ 14) หลังได้คุยทำให้ทราบว่าเธอเคยมีคนที่สนใจและต้องการให้ไวโอเล็ตช่วยเขียน
ระหว่างรอต่อสู้ ไอนซ์ไม่ชอบบัลลังค์ชั่วคราวเขาที่ออกแบบมาดูน่ากลัว จึงลงโทษ แชลเทียร์ ที่ติดค้างไว้จากตอนเธอก่อเรื่อง (ในภาคแรก) ด้วยการให้เป็นที่นั่งของเขา แต่กลับทำให้เธอพอใจเสียมากกว่า เมื่
ซาตู้หาทางออกจากเขาวงกตโดยพัฒนาความสามารถของ โปจิ เนโกะ และ ลิซ่า ไปด้วย ระหว่างทางได้ช่วยคนที่โดนมอนสเตอร์จับตัวไว้ และได้พบกับกลุ่มของเซนะที่สู้กับมอนสเตอร์อยู่ หลังช่วยมาได้จึงเดินทางต่อ
ไอริสได้งานและต้องไปบ้านเกิดตน แต่เธอประสบอุบัติเหตุจนแขนขวาใช้งานไม่ได้ ไวโอเล็ตได้เดินทางตามไปด้วย ที่เมือง แม่เธอพูดเรื่องดูตัว และให้ไปงานเลี้ยง จนไอริสได้พบกับเพื่อนชายที่เคยชอบ แต่เธอไม่พอใจนัก เพราะในอดีตเธอเคยบอกรักเขาแต่โดนปฏิเสธมาก่อน
หลังพ่ายแพ้ต่อกองทัพของลิซาร์ดแมน ไอซน์ไม่ได้โกรธเรื่องที่โคคิวทัสทำงานพลาดแล้วยังต้องการให้ยกเลิกโจมตีพวกนั้น เขากลับพอใจที่โคคิวทัสได้มีประสบการณ์สั่งการในสนามรบตามที่เขาต้องการ อย่างไรก็ตาม ไอซน์ต้องการให้โคคิวทัสรับผิดชอบเรื่องนี้
ระหว่างเดทกับ เซน่า ที่พาไปชมสถานที่ต่างๆ ในเมือง ได้พบกับ โอน่า ที่โบสถ์ เมื่อคุยเรื่องผู้กล้าทำให้ซาตู้ที่มีฉายา นักฆ่าเทพ และ นักฆ่ามังกร ทราบว่าตนเคยฆ่าเทพมังกรไปตอนที่ใช้ฝนดาวตก
ไวโอเล็ตถูกส่งมาเรียน ซึ่งเธอไม่มีปัญหาด้านการพิมพ์และผลการเรียนระดับดี ได้เป็นเพื่อนกับนักเรียนคนอื่น ซึ่งมีปัญหากับพี่ชายตนที่เคยเป็นทหารและทำตัวสร้างปัญหา
ซาริวสึ ชาชา สามารถเอาชนะตัวแทนจากเผ่าดราก้อนทัสค์และดึงมาเป็นพวกได้ ก่อนจะกลับไปประชุมที่หมู่บ้านที่มีเผ่าอื่นมาร่วมศึกด้วย เตรียมร่วมมือกันรับมือการบุกของศัตรู
หลังช่วยเหลือเซน่าไว้ เธอพาซาตู้ไปที่เมืองเซย์ริว เขาได้ซ่อนความสามารถตนจาก 310 ไว้เป็นเลเวล 1 ลูกสาวเจ้าของโรงแรม มาร์ธา